อิทธิพลของเทคโนโลยีที่มีต่อวัฒนธรรมสังคม


จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมเป็นเรื่องชีวิต เราเติบโตมาในวัฒนธรรม และเช่นเดียวกัน กับเทคโนโลยี เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มันไม่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม เพราะเราจะเห็นได้ว่า ชีวิตเราก็มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเช่นกัน เทคโนโลยีเกิดขึ้นมานานแล้วในโลกของเรา มันช่วยให้ชีวิตของมนุษย์ง่ายขึ้น เมื่อมันเกิดมาแล้วตรงกับความต้องการของมนุษย์ มันก็จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรม ในแง่นี้ เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีก็เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง

เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมาย หลากหลาย เทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ทันสมัยกว่า และที่สำคัญ ทำให้ชีวิตมนุษย์สุขสบายง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็จะมาแทนที่เทคโนโลยีที่เก่ากว่า ในแง่นี้เราก็กล่าวได้ว่า เทคโนโลยีทำลายวัฒนธรรมเดิมซึ่งเป็นเทคโนโลยีเช่นกัน แล้ววัฒนธรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่เทคโนโลยีล่ะ เทคโนโลยีเป็นที่มาของวัฒนธรรมใหม่ๆหลายอย่างซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต จึงไม่อาจกล่าวว่ามันทำลายทุกวัฒนธรรมเดิมซะทีเดียว มันเพียงแต่เพิ่มเติมขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมใหม่ ซึ่งมีผลกระทบต่อวัฒนธรรมเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ คือ อินเตอร์เน็ต ภายใต้ระบบอินเตอร์เน็ตนี้ เกิดการสนทนาโต้ตอบกันในห้องสนทนาหรือที่เรียกว่าแชท เกิดการตั้งกระทู้หรือฟอรั่มที่มีการแยกกันอย่างเป็นหมวดหมู่ ซึ่งมีให้เลือกเข้าไปอ่าน ตั้งคำถามตอบคำถามกันตามความสนใจ เกิดเกมส์ออนไลน์ที่เป็นมีเนื้อหาหลายแนว ทั้งเกมต่อสู้ เกมส์วางแผน เกมส์ที่จำลองการเล่นกีฬาต่างๆ และด้วยทางเลือกต่างๆที่มีอยู่อย่างหลากหลายนี้ ก็ทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา คนหลายคนมีชีวิตอยู่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่า 5 ชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งรวมถึงการเชคจดหมายอิเลกทรอนิกส์ แชทกับเพื่อน ติดตามกระทู้ที่ตนสนใจ เล่นเกมส์เพื่อเพิ่มเลเวล จะเห็นได้ว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยหมดเวลาไปกับสิ่งเหล่านี้หลายชั่วโมงต่อวัน แล้วเราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันเกิดมาเป็นระยะเวลานานหลายปีแล้ว ดังนั้นเราก็จึงอาจเรียกเหตุการณ์เช่นนี้ได้ว่าเป็นวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตของพวกเขา

วัฒนธรรมย่อมมีผลกระทบต่อวัฒนธรรมอื่นๆ เนื่องจากที่กล่าวไปแล้วว่า ผู้คนจำนวนมากใช้เวลาแต่ละวันไปไม่น้อยในการใช้อินเตอร์เนต ก็ทำให้เวลาในการทำกิจกรรมอื่นลดน้อยลงตามไปด้วย บางคนอาจจะเลิกทำงานอดิเรกแล้วหันมา “เล่นเน็ต” แทน หลายคนงดกินข้าวบางมื้อ หรือเอามากินหน้าคอม เพื่อให้ได้เล่นเกมส์ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เวลาในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็ถูกดึงไปโดยความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนในโปรแกรมสนทนาแทน

แต่อย่างเราก็ตาม เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีมีผลต่อวัฒนธรรมต่างๆอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ตดังที่ได้กล่าวมานี้ เห็นได้จากการที่ นิตยาสารไทม์ ได้ยกตำแหน่งบุคคลแห่งปี 2549 ให้กับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหลาย ในฐานะที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนให้เกิดพลังใหม่บินเครือข่ายอินเตอร์เนต นอกจากนี้ยังยกย่องว่า คนบนอินเตอรืเนตทั่วโลกคือพลังแห่งระบอบประชาธิปไตยยุคดิจิตอลใหม่ ซึ่งแสดงออกผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตได้โดยเสรี ผนึกกำลังขึ้นเป็นชุมชนอันแข็งแกร่งและก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง

เกาหลีใต้ผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อดิจิตอล

สาธารณรัฐเกาหลีหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “เกาหลีใต้” คือ ประเทศที่ครั้งหนึ่งไทยเคยต้องส่งข้าวส่งน้ำไปช่วยเหลือในยามสงคราม (และต้องฝ่าวิกฤตหนักๆ มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า) แต่ปัจจุบันนี้ดินแดนดังกล่าวได้ฟื้นคืนกลับมาเป็น “ดาวเด่นทางเศรษฐกิจ” จนประเทศมหาอำนาจต่างๆ ต้องหันมาจับตามอง (ทั้งสังเกตการณ์เป็นกรณีศึกษาและขอจับมือร่วมเป็นคู่ค้าด้วย) …ทำไมเกาหลีใต้ถึงทำเช่นนั้นได้ ?

ทุกวันนี้เกาหลีใต้มิได้มาแรงเฉพาะเรื่อง “Korean Wave” แต่ขณะนี้เขาคือ ผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT-Information Technology) และสื่อดิจิตอล (Digital Media) จากข้อมูลที่ว่าเกาหลีใต้นั้นเป็นประเทศที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่สุดในโลก (100 MB ต่อวินาที) มีประชากรที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากที่สุดในโลก (กรุงโซล 98% และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ 78%) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่างๆ ของประชากรก็มีการขยายตัวมากที่สุดในโลก ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้นโยบายรัฐที่มุ่งพัฒนา “โครงสร้างสื่อดิจิตอล” เพื่อสร้างแพลทฟอร์มใหม่ให้กับเศรษฐกิจที่กำลังมีอนาคตสดใส

ความก้าวล้ำด้านไอทีและสื่อดิจิตอลนี้ถือเป็นพาหนะความเร็วสูงที่นำพาเกาหลีใต้ให้ทะยานไปข้างหน้า ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา หรือวัฒนธรรม ซึ่งวิสัยทัศน์ที่พุ่งทะยานสู่อนาคตนี้นับเป็นโมเดลที่น่าติดตาม และนำมา “ปรับใช้” กับประเทศที่ยังวิ่งตามหลังอยู่เป็นอย่างยิ่ง (อาทิเช่น ประเทศไทย)

สังคมออนไลน์ปั่นเม็ดเงินให้เศรษฐกิจเติบโต (อย่างไร?)

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและเครือข่ายอินเตอร์เน็ตส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น ช่วยให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ LG พัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าขึ้นมาได้ เช่น บ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดที่เชื่อมต่อระบบออนไลน์ถึงตัวผู้ใช้ สามารถควบคุมทุกอย่างได้แม้ไม่อยู่บ้าน นอกจากนั้น ยังผลักดันให้ “อุตสาหกรรมเกมส์ออนไลน์” ขยายตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2011 เกาหลีใต้คาดว่า อุตสาหกรรมเกมส์ออนไลน์จะสร้างเม็ดเงินให้สะพัดได้ถึง 2000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ด้านธุรกิจธนาคารในเกาหลีใต้

ปัจจุบันธนาคารทุกแห่งได้เสนอบริการออนไลน์และธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือที่รวดเร็ว ส่วนรัฐบาลก็ได้เพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนด้วยบริการสาธารณะออนไลน์ต่างๆ เช่น การชำระค่าบริการ การคำนวณและชำระภาษี ฯลฯ แถมยังโปรโมทบริการจากรัฐสู่ธุรกิจอีกมากมาย (เพื่อสนับสนุนและดึงธุรกิจต่างๆ ให้เข้ามาสร้างกลยุทธ์ควบคู่ไปกับนโยบายรัฐ)

และไม่ใช่แค่กลุ่มคนทำงานเท่านั้นที่รัฐบาลเกาหลีใต้เกื้อหนุนเรื่องอินเตอร์เน็ต ทุกวันนี้ เขามีการจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ตให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และแม่บ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อผลักดันให้ประชากรโดยรวมของประเทศสามารถเข้าถึงข่าวสารความรู้อย่างรวดเร็ว และเป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ภายในประเทศด้วย

โลกดิจิตอลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม

สังคมมนุษย์ทั้งหลายในโลกที่ไม่หยุดอยู่นิ่งๆ

หากมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนคนส่วนใหญ่ในสังคมปรับตัวเองไม่ทันจนเกิดปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องมีการแก้ไขกันตลอดมา เพราะแต่เดิมสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรมประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในชนบทที่มีการทำนาและการเพาะปลูกเป็นอาชีพหลัก การผลิตแต่เดิมก็เป็นแต่เพียงให้พอมีพอกิน ไม่ได้ผลิตอย่างใหญ่โตเพื่อส่งออกไปค้าขายกับต่างประเทศ จึงไม่มีความจำเป็นในการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีแต่อย่างใด

การเปลี่ยนรูปแบบของโครงสร้างทางสังคม

พฤติกรรมทางสังคม การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมทั้งที่เป็นวัตถุและไม่ใช่วัตถุ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นไปได้ทั้งในทางบวกและทางลบ คือมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นหรือเพิ่มขึ้น และสิ่งที่มีอยู่เดิมสิ้นสภาพหรือถูกทำลายไป การเปลี่ยนแปลงในทางที่มีสิ่งใหม่หรือเพิ่มขึ้นที่เห็นชัด ได้แก่ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆที่เป็นวัตถุสิ่งของและเทคนิค วิธีการ จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การขยายตัวของเมือง การสื่อสารและการคมนาคมที่รวดเร็วและสะดวก ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ปรากฏว่าสิ่งของเครื่องเครื่องใช้และวิธีการเก่าๆ หลายอย่างถูกยกเลิกหรือน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ในปัจจุบันสังคมเปลี่ยนมาเป็นสังคมอุตสาหกรรมที่มุ่งหวังผลิตสิ่งต่างๆเพื่อส่งออกไปขายนอกประเทศ การผลิตผลิตผลทางการเกษตรซึ่งแต่เดิมผลิตเพื่อเลี้ยงตัวเองด้วยเทคโนโลยีง่ายๆแบบดั้งเดิมก็เปลี่ยนมาเป็นการผลิตเป็นจำนวนมากโดยอาศัยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยเข้ามาช่วย มีการลงทุนและการใช้ที่ดินอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะการใช้ที่ดินก็มีการขยายเขตการเพาะปลูกพืชพันธุ์นานาชนิดไปตามบริเวณต่างๆ โดยเฉพาะที่ดอนและที่ตามป่าเขาก่อให้เกิดการรุกล้ำป่าสงวนและการทำลายสภาพแวดล้อมอย่างกว้างขวางการผลิตแบบที่เป็นแบบเกษตรอุตสาหกรรมที่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปซึ่งไม่มีศักยภาพทั้งในด้านเงินทุน กำลังคน และเทคโนโลยีจะทำได้ จึงเป็นเรื่องของบุคคลร่ำรวยที่เป็นนายทุน

วัฒนธรรมในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในรูปของพฤติกรรม ศิลปะ ขนบธรรมเนียม หรือความเชื่อเท่านั้น แต่วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจสามารถกระทำการสร้างอำนาจหรือความชอบธรรมไดด้วย ในช่วงสมัยที่มารช่วงชิงอำนนาจเพื่อครอบงำระชากรโลก วัฒนธรรมคือกลไกในการเผยแพร่อุดมการณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ในสมัยที่ความแตกต่างของอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจลดความสำคัญลง สิ่งที่ปรากฎให้เห็นเด่นชัดคือการลดความสำคัญของวัฒนธรรมรัฐชาติ วัฒนธรรมกลุ่มย่อยต่างๆ  ปราะกฎรูปแบบชัดเจนมากขึ้นจนเกิดการยอมรับความคิดเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ความเข้าใจกับคำว่าสังคมและวัฒนธรรมและสิ่งที่แตกต่างในปัจจุบัน

เรื่องของสังคมและวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้เปรียบเสมือนเหรียญเงินที่มีด้านหน้าและด้านหลัง สังคมนั้นหมายถึง กลุ่มคนที่อยู่รวมกันในบริเวณใดบริเวณหนึ่งมาช้านาน จนมีความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันและมีภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีทางในการดำรงชีวิตร่วมกันเป็นแบบอย่างเดียวกันวัฒนธรรมนั้นหมายถึง บรรดาขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา และทุกสิ่งทุกอย่างที่คนในสังคมนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันเพราะฉะนั้นถ้าไม่มีสังคมก็ไม่มีวัฒนธรรม ทั้งสองอย่างจึงเป็นของคู่กันอย่างแยกไม่ออก

แต่ทว่าการที่จะทำความเข้าใจกับคำว่าสังคมและวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยากเพราะดูเป็นนามธรรมที่ไม่อาจกำหนดให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนได้  อย่างเช่น ถ้าหากว่าสังคมหมายถึงกลุ่มชนแล้ว   ก็ไม่มีอะไรมากำหนดเป็นกรอบเป็นเกณฑ์ว่ากลุ่มชนขนาดใดถึงจะเป็นสังคม อาจเป็นได้ทั้งกลุ่มคนที่รวมอยู่ในประเทศเดียวกันลงมาจนถึงเมือง บ้านและครัว-เรือนในระดับภูมิภาคและท้องถิ่น  เป็นสิ่งที่ส่งผลไปถึงวัฒนธรรม ทำให้บางสิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนแต่บางสิ่งก็ไม่ชัดเจน   ยกตัวอย่างเช่นสังคมไทยเป็นสังคมที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เช่นนี้เห็นได้ชัดทั้งบุคคลทุกผู้ทุกนามในประเทศ แต่ถ้าหากบอกว่าในประเพณีการเกิดของคนไทยนั้น เมื่อเด็กเกิดมาแล้วต้องมีแม่ซื้อกล่าวคือ  สมมติให้มีหญิงที่คุ้นเคยกับครอบครัวของเด็กมาขอซื้อเด็กไปจากพ่อแม่  เพื่อเป็นการอ้างและแสดงให้ผีรู้ว่าพ่อแม่ไม่อาลัยรักในลูกจึงให้คนอื่นซื้อไป  เพราะถ้าแสดงว่ารักลูกห่วงลูกแล้ว ผีที่มีจิตใจริษยาอาจมาเอาชีวิตเด็กไปได้ประเพณีเช่นนี้ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นประเพณีหรือวัฒนธรรมของคนไทยทั้งประเทศได้  เพราะบางท้องที่  บางครอบครัว  อีกเป็นจำนวนมากอาจไม่มีประเพณีแม่ซื้อดังกล่าวก็ได้  ดังนั้นการที่จะอธิบายว่า  คนไทยต้องมีประเพณีแม่ซื้อจึงเป็นเรื่องไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด หรือบางทีในท้องถิ่นหนึ่งผู้คนในท้องถิ่นนั้นเคยมีประเพณีแม่ซื้ออยู่ในสมัยหนึ่งนานมาแล้ว แต่ปัจจุบันประเพณีดังกล่าวเสื่อมหรือหมดไป โดยไม่มีใครปฏิบัติอีกแล้ว  ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจจะอธิบายได้ว่าเป็นประเพณีของคนไทยในปัจจุบันเช่นกัน